WeChat ID :
โดย ณัฐคม เกิดอนันต์ – CEO, Exclusive Asset
ตลอดระยะเวลาที่ผมบริหารงานและคลุกคลีอยู่ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมไปจนถึงตลาดแมส ผมมักจะได้รับคำถามยอดฮิตจากทั้งนักลงทุนและผู้ที่กำลังสร้างครอบครัวว่า "เศรษฐกิจแบบนี้ ควรซื้อบ้านหรือยัง? หรือควรรอไปก่อนดี?"
หากย้อนกลับไปช่วงปี 2566-2567 ที่ตลาดมีความผันผวนสูง ทั้งจากเงินเฟ้อและต้นทุนวัสดุก่อสร้าง ผมอาจจะแนะนำให้หลายคนถือเงินสดและชะลอการตัดสินใจ แต่ ณ นาทีนี้ ใน ปี 2569 ภาพรวมของตลาดและตัวแปรทางเศรษฐกิจมหภาคได้เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนครับ ผมกล้าฟันธงเลยว่า ปีนี้คือจุดเริ่มต้นของ "Buyer's Market" หรือ ตลาดของผู้ซื้อ อย่างแท้จริง และเป็นจังหวะที่ "คุ้มค่าที่สุดในรอบสิบปี"
ทำไมผมถึงมั่นใจเช่นนั้น? วันนี้เรามาถอดรหัส 4 ปัจจัยหลัก พร้อมดูตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงในตลาดอสังหาฯ กรุงเทพฯ และปริมณฑลกันครับ
ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ผู้พัฒนาอสังหาฯ (Developer) หลายค่ายได้เปิดตัวโครงการใหม่จำนวนมากเพื่อชดเชยช่วงที่ชะงักไปจากวิกฤต ส่งผลให้ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ระบุชัดเจนว่า ปัจจุบันมีตัวเลขที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จพร้อมอยู่ (Ready to move in) สะสมอยู่ในตลาดเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในกลุ่มคอนโดมิเนียมระดับราคา 2-5 ล้านบาท และทาวน์โฮมชานเมือง
เมื่อมีสต๊อก (Supply) มากกว่ากำลังซื้อ (Demand) ที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป Developer จึงต้องงัดกลยุทธ์ "เปลี่ยนสต๊อกเป็นเงินสด" ทำให้เราได้เห็น "สงครามราคาและการจัดโปรโมชั่นที่ดุเดือดที่สุด"
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด: โครงการทาวน์โฮมโซนบางนา-ตราด ราคาปกติ 3.5 ล้านบาท ปัจจุบันหลายโครงการจัดโปรฯ หั่นราคาลงมาเหลือเพียง 2.9 - 3.1 ล้านบาท (ส่วนลดเงินสดเกือบครึ่งล้าน!) หรือในกลุ่มคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่โซนสุขุมวิทตอนปลาย ที่นอกจากจะให้ส่วนลดหลักแสนแล้ว ยังจัดโปรโมชั่น "Free All" ฟรีค่าใช้จ่ายวันโอนทุกรายการ, ฟรีค่าส่วนกลางล่วงหน้า 2-3 ปี, แถมเฟอร์นิเจอร์แบบ Fully Furnished หิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้ทันที หรือแม้กระทั่งแถมรถยนต์ EV สำหรับบ้านระดับลักชัวรี นี่คือนาทีทองที่คุณจะได้ "ของดี ในราคาต่ำกว่าราคาประเมิน" ครับ
"อัตราดอกเบี้ย" คือเส้นเลือดใหญ่ของการซื้อบ้าน ข้อมูลจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ชี้ให้เห็นว่าวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นได้ผ่านจุดพีกไปแล้ว และเริ่มเข้าสู่สภาวะทรงตัว (Stable) สถาบันการเงินต่างๆ ต้องการปล่อยสินเชื่อที่มีความเสี่ยงต่ำอย่างสินเชื่อบ้าน จึงเกิดการแข่งขันกันออกแพ็กเกจสินเชื่อที่ดึงดูดใจผู้ซื้อที่มีเครดิตดี
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด: ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งเริ่มกลับมาทำโปรโมชั่น ดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate) ในช่วง 1-3 ปีแรก ที่ระดับต่ำกว่า 3% หรือบางแห่งเสนออัตราดอกเบี้ยพิเศษแบบ Step-up ที่ช่วยให้ภาระการผ่อนในช่วงปีแรกๆ ต่ำมาก (เช่น ผ่อนล้านละ 3,000 บาทในปีแรก) ช่วยให้ผู้ซื้อปรับตัวได้
มาตรการรัฐหนุนเสริม: การที่ภาครัฐยังคงใช้มาตรการลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์และค่าจดจำนอง (เช่น ลดเหลือ 0.01%) สำหรับที่อยู่อาศัยตามระดับราคาที่กำหนด สมมติคุณซื้อบ้านราคา 3 ล้านบาท ปกติต้องเตรียมเงินค่าโอนและจดจำนองเกือบ 1 แสนบาท แต่ด้วยมาตรการนี้ คุณจะจ่ายเพียงหลักพันบาทเท่านั้น เงินที่เหลือสามารถนำไปซื้อเฟอร์นิเจอร์หรือตกแต่งบ้านได้สบายๆ ครับ
ปี 2569 คือปีที่เราได้เห็นผลสัมฤทธิ์ของโครงข่ายรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน (Mass Transit) ที่ครอบคลุมกรุงเทพฯ และปริมณฑลอย่างเป็นรูปธรรม รถไฟฟ้าสายรอง (Feeder) อย่างสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) และสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) เปิดให้บริการเต็มรูปแบบและมีสิ่งอำนวยความสะดวกตามแนวสถานีครบครัน ขณะที่สายสีส้มก็มีความชัดเจนมากขึ้น
สิ่งนี้เปลี่ยนพฤติกรรมการอยู่อาศัยไปอย่างสิ้นเชิงครับ "ผู้ซื้อไม่จำเป็นต้องกระจุกตัวอยู่ในเมืองอีกต่อไป"
ตัวอย่างเปรียบเทียบความคุ้มค่า: หากคุณมีงบประมาณ 5 ล้านบาท ในอดีตคุณอาจได้แค่คอนโดมิเนียมขนาด 1 ห้องนอน (ประมาณ 30-35 ตร.ม.) ในโซน CBD แต่อย่างสุขุมวิทตอนกลาง แต่ในปีนี้ ด้วยรถไฟฟ้าที่เชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์ เงิน 5 ล้านบาทสามารถซื้อ บ้านแฝดหรือทาวน์โฮมขนาดใหญ่ (120-150 ตร.ม.) ในโซนรามอินทรา, ศรีนครินทร์, หรือนนทบุรีตอนต้น ที่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าเพียง 5-10 นาทีได้สบายๆ คุณได้พื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้น 3-4 เท่า ได้ที่ดินเป็นของตัวเอง โดยที่การเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองยังคงใช้เวลาพอๆ กันผ่านระบบรางครับ
ในวงการอสังหาฯ เรามักพูดกันว่า "ใครถือเงินสด คนนั้นคุมเกม" แต่ในปี 2569 นี้ แค่คุณมี "เครดิตบูโรที่ดี" คุณก็คือผู้คุมเกมแล้วครับ ในสภาวะที่ลูกค้าเดินเข้าโครงการ (Walk-in) มีจำนวนไม่มากเท่าช่วงบูมสุดขีด พนักงานขายและโครงการจึงพร้อมที่จะเจรจาและมอบข้อเสนอที่ดีที่สุดเพื่อปิดการขายให้ได้
ตัวอย่างการต่อรองที่คุณทำได้ในปีนี้: * ขออัปเกรดวัสดุ: "ถ้าผมตกลงจองวันนี้ ทางโครงการแถมแอร์ให้ครบทุกห้อง หรือเปลี่ยนเคาน์เตอร์ครัวเป็นท็อปหินอ่อนให้ได้ไหม?"
เจรจาเรื่องค่าใช้จ่าย: "ขอให้โครงการช่วยจ่ายค่าประเมิน และค่าส่วนกลางล่วงหน้าเพิ่มจาก 1 ปี เป็น 3 ปีได้หรือไม่?"
ดีลตรงกับแบงก์ผ่านโครงการ: โครงการใหญ่ๆ มักมีโควตาดอกเบี้ยพิเศษกับธนาคารพันธมิตร คุณสามารถให้เซลส์ช่วยเจรจาขอ Rate ดอกเบี้ยที่ถูกลงกว่าการเดินไปกู้แบงก์เองโดยตรงได้ครับ
ปี 2569 คือ "ปีทอง" ที่เปิดกว้างสำหรับผู้ที่มีความพร้อม การซื้อบ้านในช่วงที่ตลาดแข่งขันสูงคือจังหวะที่ชาญฉลาดที่สุด เพราะคุณจะได้ทั้ง "ราคาที่ดีกว่า" และ "เงื่อนไขที่ยืดหยุ่นกว่า"
แต่ก่อนที่คุณจะเซ็นสัญญาจอง ผมขอฝาก Checklist 4 ข้อนี้ไว้ให้ประเมินตัวเองครับ:
ตรวจเช็กสุขภาพการเงิน (Financial Health Check): ก่อนไปดูบ้าน ให้เช็กเครดิตบูโรของตัวเองผ่านแอปพลิเคชันธนาคารให้เรียบร้อย เคลียร์หนี้บัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่จำเป็นออกไป เพื่อให้ฐานรายได้ของคุณดูแข็งแกร่งที่สุดในสายตาธนาคาร
เตรียมสภาพคล่อง (Liquidity Buffer): แม้หลายโครงการจะบอกว่ากู้ได้ 100% หรือมีโปรโมชั่นฟรีดาวน์ แต่ผมแนะนำให้เตรียมเงินสดสำรองไว้อย่างน้อย 10-15% ของราคาบ้านเสมอ สำหรับค่าตกแต่ง ต่อเติม ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า และเป็นเงินสำรองฉุกเฉิน
สำรวจทำเลด้วยตัวเองในเวลาที่ต่างกัน: อย่าดูบ้านแค่ช่วงสายๆ วันอาทิตย์ ลองขับรถไปดูทำเลนั้นในช่วงเช้าวันจันทร์ (Rush Hour) หรือช่วงค่ำหลังเลิกงาน เพื่อดูสภาพการจราจร สภาพแวดล้อม และความปลอดภัยของซอยทางเข้า
เดินดูอย่างน้อย 3 โครงการในทำเลเดียวกัน: อย่าเพิ่งรีบวางเงินจองโครงการแรกที่คุณตกหลุมรัก ให้นำใบเสนอราคาและโปรโมชั่นของโครงการ A ไปคุยกับโครงการ B และ C เสมอ เพื่อเปรียบเทียบความคุ้มค่าและใช้เป็นข้อต่อรอง
โอกาสทองไม่ได้มีมาบ่อยๆ ครับ หากคุณประเมินแล้วว่าครอบครัวมีความพร้อม และหน้าที่การงานมั่นคง นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการลงสนาม ออกไปสำรวจทำเลที่ใช่ และเลือกบ้านที่ตอบโจทย์ชีวิตคุณได้เลยครับ.
ณัฐคม เกิดอนันต์ CEO, Exclusive Asset
Exclusive Asset : Luxury Real Estate Agency
เอ็กซ์คลูซีฟ แอสเสท ตัวแทนมืออาชีพซื้อขาย บ้านแบรนด์ คฤหาสน์หรู โดยเฉพาะ
โซน ราชพฤกษ์ บรมราชชนนี กาญจนาภิเษก พระราม5 รัตนาธิเบศร์ เพชรเกษม นนทบุรี
หาบ้านสวยถูกใจในทำเลเดียวกันนี้ได้ที่
Facebook : exclusive asset
YouTube Channel : exclusive asset
Instagram : exclusive asset
TikTok : exclusive hometour